Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รพ.จุฬาฯ ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว
There are no translations available.

รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยชูความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ชี้ช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล พร้อมขยายองค์ความรู้สู่โรงพยาบาลทั่วไทย

วันนี้ (24 พ.ย.) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ชี้ช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้ถึง 70-80%ทั้งยังพบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุน้อยกว่า 45 ปี พร้อมเดินหน้าตอบรับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดันให้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทย ด้วยโครงการ “Heart Connect” จัดอบรมองค์ความรู้สำหรับการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย

ศ. นพ. วิชัย เบญจชลมาศหัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว คือ ภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ตามที่ต้องการ จากผลกระทบของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วโรคความดันโลหิตสูง และ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวของคนไทยในช่วงวัยสูงอายุ รวมถึงวัยทำงานที่มักพบกับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบ จนอาจละเลยการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอและมีความเครียดสูง ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจจนนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้ทั้งสิ้น โดยคาดว่าจำนวน 1 ใน 5ของประชากรไทยจะมีผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแฝงอยู่ ซึ่งผู้ป่วยจำนวนกว่า 50%มักจะเสียชีวิตภายใน 5 ปี ภายหลังจากตรวจพบอาการภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวจำนวน 1 ใน 4 ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลด้วยภาวะน้ำท่วมปอดภายใน 30 วันแรกหลังออกจากโรงพยาบาล และประมาณ 50% ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 6 เดือน

ผศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว และ หัวหน้าอนุสาขาวิชาภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะหัวใจล้มเหลวในสังคม จึงได้จัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure Clinic)ขึ้นในปี 2555 โดยมีพันธกิจในการรักษาผู้ป่วยอย่างละเอียดและใกล้ชิด เพื่อลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิต พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะล้มเหลวให้แก่ผู้ป่วยด้วย 5-6ขั้นตอนการตรวจเช็คผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวของคลินิกฯ ดังนี้

Home บริการและความชำนาญพิเศษ การผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด การผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดบายพาส
การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจหรือการผ่าตัดบายพาส PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2011 เวลา 11:50 น.

วิธีการผ่าตัดบายพาส

แพทย์จะนำเส้นเลือดดำจากขาหรือเส้นเลือดแดงจากผนังหน้าอกมาต่อให้เป็นเส้นเลือดใหม่ โดยจะให้เส้นเลือดใหม่นี้ต่อข้ามจุดที่ตีบตันข้ามไปหาหัวใจ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะเจ็บหน้าอกน้อยลง ก่อนการผ่าตัดบายพาสจะต้องตรวจให้แน่ใจว่ามีเส้นเลือดหัวใจตีบหรือไม่ การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียูประมาณ 2-3 วัน จึงจะพ้นขีดอันตราย การผ่าตัดบายพาสในปัจจุบันมีอัตราเสี่ยง 1-2% เท่านั้น ยกเว้นผู้ป่วยที่มีอาการหนักหรือเกิดการช็อก เป็นต้น

การต่อหลอดเลือดศัลยแพทย์ต้องใช้ความชำนาญอย่างมาก เนื่องจากหลอดเลือดมีขนาดเล็ก 1-2 มิลลิเมตร ศัลยแพทย์จะต้องใช้แว่นขยายประมาณ 2 เท่าครึ่ง ถึง 3 เท่าครึ่ง โดยเส้นไหมที่ใช้ในการเย็บเส้นเลือดเข้าด้วยกันจะมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม แต่เหนียวพอที่จะยึดหลอดเลือดไว้ด้วยกัน รอยผ่าจะมีอยู่บริเวณกลางหน้าอกจากคอหอยถึงเหนอสะดือ และจะมีรอยแผลที่ด้านในของขาหรือแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดเลาะเอาหลอดเลือดดำที่ขา และหลอดเลือดแดงที่แขนมาใช้


ข้อน่ารู้เกี่ยวกับการผ่าตัดบายพาส

1.ปลอดภัยสูงและได้ผลดี ต้องผ่าตัด ต้องวางยาสลบ
2.โรคเบาหวานไม่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด
3.จะใช้การนำเลือดดำจากขา หรือเส้นเลือดแดงจากผนังหน้าอก มาต่อเป็นเส้นเลือดใหม่
4.หลังผ่าตัด 4-6 อาทิตย์ จึงกลับไปทำงานได้ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
5.หลังผ่าตัดยังต้องจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจซ้ำ
6.หลังผ่าตัดต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบอย่างเคร่งครัด
7.ออกกำลังกายเพื่อให้กระดูกหน้าอกเชื่อมติดกัน
8.สามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติ

 


 

สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์โรคหัวใจฯ

บริจาค

บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (กรุณาคลิ๊กที่นี่)

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5744512

การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วย

บทความศูนย์โรคหัวใจ