Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ใจถึงใจ ปี 2 : ค่ายผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแห่งแรกของประเทศไทย
There are no translations available.

24 พฤศจิกายน พศ. 2560  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดงานใจถึงใจ ปี 2  (Heart Failure Patient Appreciation day) หรือ ค่ายผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแห่งแรกของประเทศไทย ณ ตึกภูมิสิริชั้น 13

ภายในงานมีการสอนการออกกำลังกายให้กับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและการออกกำลังกายในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว  พญ. วิภาวี ฉินเจนประดิษฐ์  เสวนาภาวะหัวใจล้มเหลวโดย นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์  และ การทำอาหารโซเดี่ยมต่ำจากเชฟชื่อดัง เชฟฮูโต๋ และมีพิธีกรชื่อดัง คุณตุ้ยตุ่ย พุทธชาด พงษ์สุชาติ คุณธัชตะวัน เกษกานดา กุลบุตรกาชาด และ คุณอวิกา ธรรมสโรช รองกุลธิดากาชาด และอดีตมิสไทยแลนด์แกรนด์สมุทรปราการ มาเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานในงานดังกล่าว  บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพของคลินิกผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวและผู้ป่วยและญาติ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย กลุ่มงานภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ และ ทีมแพทย์ (ผศ. พญ. ศริญญา ภูวนันท์  นพ. สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม  นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์)  ทีมพยาบาล (พว. ภาวิณี นาควิโรจน์ พว. ลัดดาวัลย์ ไกรรักษ์  พว. นพวรรณ บุญบำรุง) ทีมเภสัชกร (ภญ ธศิกาญจน์ แช่มช้อย  ภญ.  ยศยา กุศมาศ  ภก. อดิศักดิ์ วีรศักดิ์สันติ)  นักกำหนดอาหาร คุณสุพิชญ์รดา พงศ์ศรีกุล และ เจ้าหน้าที่ (คุณจินดารัตน์ ซาวคำ และ คุณสุชีรา หงษ์แพงจิตร)  ของคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว และการสนับสนุนของหัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสมนพร บุณยะรััตเวชสองเมือง ซึ่งได้กล่าวเปิดงานพร้อม ศ. นพ. สุเทพ กลชาญวิทย์ รองผู้อำนวยการฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยในงานมีการจัดทำต้นไม้หัวใจ ซึ่งให้ผู้ป่วยเขียนอาการภาวะหัวใจล้มเหลวบนใบไม้กระดาษซึ่งเป็นรูปหัวใจ เพื่อเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์เพิ่ม heart failure awareness ในประชากรไทย

Home บริการและความชำนาญพิเศษ อายุรศาสตร์หัวใจ การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2011 เวลา 15:17 น.

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ คือ อะไร

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ Cardiac Computed Tomography (Cardiac CT) เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงซึ่งสามารถสร้างภาพได้ 320 ภาพต่อการหมุนหนึ่งรอบ ทำให้สามารถตรวจหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาได้ โดยเครื่องจะสร้างภาพหัวใจและหลอดเลือดหัวใจที่มีขนาดเล็กได้คมชัด ทำให้เห็นรอยโรคได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วยเครื่องเอกซ์เรย์ธรรมดา (ดังรูป) ในการตรวจบางกรณีอาจจำเป็นต้องมีการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดำเพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่

  • การตรวจหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะหลอดเลือดหัวใจ
  • การตรวจหาภาวะอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
  • การตรวจดูประสิทธิภาพในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ


ข้อบ่งชี้ของการตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

  • เพื่อวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • เพื่อวินิจฉัยและตรวจดูลักษณะก้อนเนื้องอกในหัวใจ
  • เพื่อวินิจฉัยโรคที่มีความผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจ
  • เพื่อวินิจฉัยโรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด
  • เพื่อวินิจฉัยโรคที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
  • เพื่อติดตามผลการรักษาหลังใส่บอลลูนขยายเส้นเลือดหัวใจ (percutaneous coronary intervention) หรือ ภายหลังการผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจ (bypass graft)

ข้อห้ามของการตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

  • ไตวายเรื้อรัง/เฉียบพลันที่มีค่าครีเอตินิน (creatinine)ในเลือดมากกว่า 1.5 มก./ดล. เนื่องจากการฉีดสารทึบรังสีอาจมีผลทำให้ไตทำงานน้อยลงชั่วคราวได้ ดังนั้นก่อนที่จะเข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะต้องตรวจเลือดดูการทำงานของไตก่อนทุกราย
  • ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 75 ครั้งต่อนาที
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้สารทึบรังสี
  • ผู้ป่วยตั้งครรภ์

ความเสี่ยงหรืออันตรายที่เกิดจากการตรวจ

การตรวจด้วยวิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับการฉีดสีสวนหัวใจ แต่ก็ยัง มีความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ

  • แพ้สารทึบรังสี อาจทำให้มีผื่นหรือลมพิษ หรือหายใจไม่สะดวกจากหลอดลมตีบ ใน
  • รายที่แพ้รุนแรงอาจมีความดันโลหิตต่ำได้ ในทางปฏิบัติเราจะหลีกเลี่ยงไม่ตรวจในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล หรือแพ้สารทึบรังสีมาก่อนแต่อย่างไรก็ตาม แม้มีอาการแพ้เกิดขึ้นในขณะตรวจ แพทย์ก็สามารถให้การรักษาด้วยยาแก้แพ้ชนิดฉีดเข้าเส้นได้ อย่างปลอดภัย
  • ไตทำงานน้อยลงชั่วคราว เป็นผลจากสารทึบรังสีที่ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้จะต้องเจาะเลือดดูการทำงานของไตก่อนตรวจทุกราย ถ้ามีโรคไตบกพร่องอยู่เดิมถือเป็นข้อห้ามในการตรวจ
  • อาการข้างเคียงจากยา ในบางครั้งถ้าหัวใจเต้นเร็วเกิน 70 ครั้งต่อนาที แพทย์จะให้ยาที่ทำให้หัวใจเต้นช้าลง หรือในบางกรณี ก็จะใช้ยาพ่นขยายเส้นเลือดหัวใจ ก่อนตรวจแสกน อาจมีอาการข้างเคียงหรือแพ้ยาได้ แต่พบน้อยมาก
  • ได้รับรังสีเอกซเรย์ แต่เนื่องจากเครื่องรุ่นใหม่มีการพัฒนาที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาในการแสกนภาพที่สั้นลง ปริมาณรังสีที่อาจได้รับจึงมีปริมาณน้อยลงมาก

การเตรียมตัวก่อนการตรวจ

  • ดื่มน้ำมากๆในวันก่อนมาตรวจ
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจ
  • ทานยาควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ (ตามที่แพทย์สั่ง) ก่อนทำการตรวจ

การปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจ

  • หลังแพทย์พิจารณาผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสมแล้วจะเริ่ม
  • พยาบาลจะทำการแทงเส้นเลือดที่แขนเพื่อเตรียมให้สารทึบแสง
  • เจ้าหน้าที่จะให้กลั้นหายใจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด โดยทั่วไปครั้งละไม่เกิน 12 วินาที
  • แสกนตรวจหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะหลอดเลือดแดงหัวใจ
  • เจ้าหน้าที่จะเริ่มฉีดสารทึบแสงจากนั้นแสกนซ้ำเพื่อตรวจดูหลอดเลือดหัวใจ
  • โดยทั่วไปใช้เวลารวมประมาณ 15-60 นาที ขึ้นกับอัตราการเต้นของหัวใจผู้ป่วย
  • ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างที่ทำการตรวจ ผู้ป่วยสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ทันที เนื่องจากมีไมโครโฟนติดอยู่ที่ตัวเครื่อง

การปฏิบัติตัวหลังการตรวจ

  • ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หรือนอนโรงพยาบาลหลังการตรวจ
  • ถ้าท่านพบอาการผิดปกติหลังการตรวจ ท่านสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ห้องตรวจ cardiac CT ตึก สวัสดิ์ล้อม ชั้น 1 โทรศัพท์ 02-2564000 ต่อ 4160

การให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันและเวลาทำการตรวจ

ในเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-16.00

นอกเวลาราชการวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 16.30-19.30

สถานที่ ห้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ตึกสวัสดิ์ล้อม ชั้น 1

ราคาการตรวจ ขึ้นกับชนิดของการตรวจ โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ 6000-86000 บาท สามารถเบิกได้ตามสิทธราชการ

(โปรดตรวจสอบราคาปัจจุบันอีกครั้งเนื่องจากราคาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์)

New Technology:

การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (multi-detector CT, MDCT) 320- slice Multi-detector CT Scan

ได้รับการพัฒนาจากเครื่อง 64-slice CT Scan ที่ถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดตีบตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งถือว่าเป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ มีปัญหาในแง่รายละเอียดของข้อมูลที่ไม่เพียงพอในการนำมาสร้างรูปภาพ ทำให้มีข้อจำกัดในการแปลผล ปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำนำหน้าไปอีกด้วยนวัตกรรมใหม่ของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำการตรวจและถ่ายภาพหลอดเลือดหัวใจได้อย่างรวดเร็ว และภาพที่ได้มีความละเอียดชัดเจนมากยิ่งขึ้น


ประสิทธิภาพของการตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วย 320- slice Multi-detector CT Scan

  • สามารถตรวจหาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ในผู้ป่วยที่มีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่า 70 ครั้งต่อนาที
  • ใช้เวลาในการตรวจสั้นกว่าเครื่อง 64-slice CT Scan อีกทั้งการหมุนของเครื่องสแกนต่อรอบกินเวลาเพียง 0.27 วินาที ทำให้ผู้ป่วยได้รับรังสีเอกซเรย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคน้อยลงถึง 80%
  • เครื่อง นี้ยังมีข้อดีกว่าคือภาพผลการตรวจที่คมชัดกว่าครอบคลุมอาณาบริเวณของอวัยวะ ที่ต้องการตรวจมากกว่ามีความแม่นยำสูง ช่วยให้แทพย์สามารถวางแผนการรักาษได้ถูกต้องและรวดเร็ว และแสดงภาพอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่นหัวใจให้ภาพที่มีความละเอียดสูงจนสามารถใช้ตรวจดูภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • สามารถตรวจปริมาณการสะสมของหินปูนในผนังหลอดเลือด และความผิดปกติของหลอดเลือดได้ในคราวเดียวกัน
  • ให้ผลเบื้องต้นที่รวดเร็วกว่า เนื่องจากใช้เวลาในการตรวจน้อยกว่า ทั้งนี้ข้อมูลจากการตรวจจะได้รับการแปลผลโดยรังสีแพทย์และอายุรแพทย์โรคหัวใจ ทำให้ทราบผลได้เร็วขึ้น
  • ลดความเสี่ยงเนื่องจากไม่ต้องใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงในการตรวจ
 

สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์โรคหัวใจฯ

บริจาค

บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (กรุณาคลิ๊กที่นี่)

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5744242

การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วย

บทความศูนย์โรคหัวใจ