Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ศูนย์โรคหัวใจโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นศูนย์การแพทย์ตติยภูมิให้บริการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและ หลอดเลือดแบบครบวงจร โดยคณาจารย์แพทย์และ บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในสาขาต่างๆซึ่งประกอบด้วย  สาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์หัวใจ  สาขาวิชาวิสัญญีวิทยาหัวใจและทรวงอก  สาขารังสีวิทยาการตรวจภาพหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ และ สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจ  ศูนย์โรคหัวใจมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางของผู้ป่วย การวิจัย และ เผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและสังคม

Home บริการและความชำนาญพิเศษ อายุรศาสตร์หัวใจ การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2011 เวลา 15:17 น.

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ คือ อะไร

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ Cardiac Computed Tomography (Cardiac CT) เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงซึ่งสามารถสร้างภาพได้ 320 ภาพต่อการหมุนหนึ่งรอบ ทำให้สามารถตรวจหัวใจซึ่งเป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาได้ โดยเครื่องจะสร้างภาพหัวใจและหลอดเลือดหัวใจที่มีขนาดเล็กได้คมชัด ทำให้เห็นรอยโรคได้ชัดเจนกว่าการตรวจด้วยเครื่องเอกซ์เรย์ธรรมดา (ดังรูป) ในการตรวจบางกรณีอาจจำเป็นต้องมีการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดำเพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่

  • การตรวจหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะหลอดเลือดหัวใจ
  • การตรวจหาภาวะอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ
  • การตรวจดูประสิทธิภาพในการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ


ข้อบ่งชี้ของการตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

  • เพื่อวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • เพื่อวินิจฉัยและตรวจดูลักษณะก้อนเนื้องอกในหัวใจ
  • เพื่อวินิจฉัยโรคที่มีความผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจ
  • เพื่อวินิจฉัยโรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด
  • เพื่อวินิจฉัยโรคที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจ
  • เพื่อติดตามผลการรักษาหลังใส่บอลลูนขยายเส้นเลือดหัวใจ (percutaneous coronary intervention) หรือ ภายหลังการผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจ (bypass graft)

ข้อห้ามของการตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

  • ไตวายเรื้อรัง/เฉียบพลันที่มีค่าครีเอตินิน (creatinine)ในเลือดมากกว่า 1.5 มก./ดล. เนื่องจากการฉีดสารทึบรังสีอาจมีผลทำให้ไตทำงานน้อยลงชั่วคราวได้ ดังนั้นก่อนที่จะเข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะต้องตรวจเลือดดูการทำงานของไตก่อนทุกราย
  • ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 75 ครั้งต่อนาที
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้สารทึบรังสี
  • ผู้ป่วยตั้งครรภ์

ความเสี่ยงหรืออันตรายที่เกิดจากการตรวจ

การตรวจด้วยวิธีนี้ถือว่ามีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับการฉีดสีสวนหัวใจ แต่ก็ยัง มีความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ

  • แพ้สารทึบรังสี อาจทำให้มีผื่นหรือลมพิษ หรือหายใจไม่สะดวกจากหลอดลมตีบ ใน
  • รายที่แพ้รุนแรงอาจมีความดันโลหิตต่ำได้ ในทางปฏิบัติเราจะหลีกเลี่ยงไม่ตรวจในผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล หรือแพ้สารทึบรังสีมาก่อนแต่อย่างไรก็ตาม แม้มีอาการแพ้เกิดขึ้นในขณะตรวจ แพทย์ก็สามารถให้การรักษาด้วยยาแก้แพ้ชนิดฉีดเข้าเส้นได้ อย่างปลอดภัย
  • ไตทำงานน้อยลงชั่วคราว เป็นผลจากสารทึบรังสีที่ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้จะต้องเจาะเลือดดูการทำงานของไตก่อนตรวจทุกราย ถ้ามีโรคไตบกพร่องอยู่เดิมถือเป็นข้อห้ามในการตรวจ
  • อาการข้างเคียงจากยา ในบางครั้งถ้าหัวใจเต้นเร็วเกิน 70 ครั้งต่อนาที แพทย์จะให้ยาที่ทำให้หัวใจเต้นช้าลง หรือในบางกรณี ก็จะใช้ยาพ่นขยายเส้นเลือดหัวใจ ก่อนตรวจแสกน อาจมีอาการข้างเคียงหรือแพ้ยาได้ แต่พบน้อยมาก
  • ได้รับรังสีเอกซเรย์ แต่เนื่องจากเครื่องรุ่นใหม่มีการพัฒนาที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาในการแสกนภาพที่สั้นลง ปริมาณรังสีที่อาจได้รับจึงมีปริมาณน้อยลงมาก

การเตรียมตัวก่อนการตรวจ

  • ดื่มน้ำมากๆในวันก่อนมาตรวจ
  • งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนทำการตรวจ
  • ทานยาควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ (ตามที่แพทย์สั่ง) ก่อนทำการตรวจ

การปฏิบัติตัวระหว่างการตรวจ

  • หลังแพทย์พิจารณาผู้ป่วยมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสมแล้วจะเริ่ม
  • พยาบาลจะทำการแทงเส้นเลือดที่แขนเพื่อเตรียมให้สารทึบแสง
  • เจ้าหน้าที่จะให้กลั้นหายใจ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด โดยทั่วไปครั้งละไม่เกิน 12 วินาที
  • แสกนตรวจหาปริมาณแคลเซียมที่เกาะหลอดเลือดแดงหัวใจ
  • เจ้าหน้าที่จะเริ่มฉีดสารทึบแสงจากนั้นแสกนซ้ำเพื่อตรวจดูหลอดเลือดหัวใจ
  • โดยทั่วไปใช้เวลารวมประมาณ 15-60 นาที ขึ้นกับอัตราการเต้นของหัวใจผู้ป่วย
  • ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างที่ทำการตรวจ ผู้ป่วยสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ทันที เนื่องจากมีไมโครโฟนติดอยู่ที่ตัวเครื่อง

การปฏิบัติตัวหลังการตรวจ

  • ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หรือนอนโรงพยาบาลหลังการตรวจ
  • ถ้าท่านพบอาการผิดปกติหลังการตรวจ ท่านสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ห้องตรวจ cardiac CT ตึก สวัสดิ์ล้อม ชั้น 1 โทรศัพท์ 02-2564000 ต่อ 4160

การให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันและเวลาทำการตรวจ

ในเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-16.00

นอกเวลาราชการวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 16.30-19.30

สถานที่ ห้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ตึกสวัสดิ์ล้อม ชั้น 1

ราคาการตรวจ ขึ้นกับชนิดของการตรวจ โดยทั่วไปราคาอยู่ที่ 6000-86000 บาท สามารถเบิกได้ตามสิทธราชการ

(โปรดตรวจสอบราคาปัจจุบันอีกครั้งเนื่องจากราคาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์)

New Technology:

การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (multi-detector CT, MDCT) 320- slice Multi-detector CT Scan

ได้รับการพัฒนาจากเครื่อง 64-slice CT Scan ที่ถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดตีบตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งถือว่าเป็นเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ มีปัญหาในแง่รายละเอียดของข้อมูลที่ไม่เพียงพอในการนำมาสร้างรูปภาพ ทำให้มีข้อจำกัดในการแปลผล ปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำนำหน้าไปอีกด้วยนวัตกรรมใหม่ของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำการตรวจและถ่ายภาพหลอดเลือดหัวใจได้อย่างรวดเร็ว และภาพที่ได้มีความละเอียดชัดเจนมากยิ่งขึ้น


ประสิทธิภาพของการตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วย 320- slice Multi-detector CT Scan

  • สามารถตรวจหาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ในผู้ป่วยที่มีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่า 70 ครั้งต่อนาที
  • ใช้เวลาในการตรวจสั้นกว่าเครื่อง 64-slice CT Scan อีกทั้งการหมุนของเครื่องสแกนต่อรอบกินเวลาเพียง 0.27 วินาที ทำให้ผู้ป่วยได้รับรังสีเอกซเรย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคน้อยลงถึง 80%
  • เครื่อง นี้ยังมีข้อดีกว่าคือภาพผลการตรวจที่คมชัดกว่าครอบคลุมอาณาบริเวณของอวัยวะ ที่ต้องการตรวจมากกว่ามีความแม่นยำสูง ช่วยให้แทพย์สามารถวางแผนการรักาษได้ถูกต้องและรวดเร็ว และแสดงภาพอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่นหัวใจให้ภาพที่มีความละเอียดสูงจนสามารถใช้ตรวจดูภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • สามารถตรวจปริมาณการสะสมของหินปูนในผนังหลอดเลือด และความผิดปกติของหลอดเลือดได้ในคราวเดียวกัน
  • ให้ผลเบื้องต้นที่รวดเร็วกว่า เนื่องจากใช้เวลาในการตรวจน้อยกว่า ทั้งนี้ข้อมูลจากการตรวจจะได้รับการแปลผลโดยรังสีแพทย์และอายุรแพทย์โรคหัวใจ ทำให้ทราบผลได้เร็วขึ้น
  • ลดความเสี่ยงเนื่องจากไม่ต้องใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดแดงในการตรวจ
 

สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์โรคหัวใจฯ

บริจาค

บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (กรุณาคลิ๊กที่นี่)

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 3635516

การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วย

บทความศูนย์โรคหัวใจ