Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ใจถึงใจ ปี 2 : ค่ายผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแห่งแรกของประเทศไทย
There are no translations available.

24 พฤศจิกายน พศ. 2560  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จัดงานใจถึงใจ ปี 2  (Heart Failure Patient Appreciation day) หรือ ค่ายผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแห่งแรกของประเทศไทย ณ ตึกภูมิสิริชั้น 13

ภายในงานมีการสอนการออกกำลังกายให้กับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพและการออกกำลังกายในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว  พญ. วิภาวี ฉินเจนประดิษฐ์  เสวนาภาวะหัวใจล้มเหลวโดย นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์  และ การทำอาหารโซเดี่ยมต่ำจากเชฟชื่อดัง เชฟฮูโต๋ และมีพิธีกรชื่อดัง คุณตุ้ยตุ่ย พุทธชาด พงษ์สุชาติ คุณธัชตะวัน เกษกานดา กุลบุตรกาชาด และ คุณอวิกา ธรรมสโรช รองกุลธิดากาชาด และอดีตมิสไทยแลนด์แกรนด์สมุทรปราการ มาเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานในงานดังกล่าว  บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพของคลินิกผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวและผู้ป่วยและญาติ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย กลุ่มงานภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ และ ทีมแพทย์ (ผศ. พญ. ศริญญา ภูวนันท์  นพ. สราวุฒิ ศิวโมกษธรรม  นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์)  ทีมพยาบาล (พว. ภาวิณี นาควิโรจน์ พว. ลัดดาวัลย์ ไกรรักษ์  พว. นพวรรณ บุญบำรุง) ทีมเภสัชกร (ภญ ธศิกาญจน์ แช่มช้อย  ภญ.  ยศยา กุศมาศ  ภก. อดิศักดิ์ วีรศักดิ์สันติ)  นักกำหนดอาหาร คุณสุพิชญ์รดา พงศ์ศรีกุล และ เจ้าหน้าที่ (คุณจินดารัตน์ ซาวคำ และ คุณสุชีรา หงษ์แพงจิตร)  ของคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว และการสนับสนุนของหัวหน้าสาขาวิชาอายุรศาสตร์หัวใจและหลอดเลือด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสมนพร บุณยะรััตเวชสองเมือง ซึ่งได้กล่าวเปิดงานพร้อม ศ. นพ. สุเทพ กลชาญวิทย์ รองผู้อำนวยการฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยในงานมีการจัดทำต้นไม้หัวใจ ซึ่งให้ผู้ป่วยเขียนอาการภาวะหัวใจล้มเหลวบนใบไม้กระดาษซึ่งเป็นรูปหัวใจ เพื่อเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์เพิ่ม heart failure awareness ในประชากรไทย

หอผู้ป่วยหัวใจเด็ก (ตึก สก ชั้น 6) PDF พิมพ์ อีเมล
วันอังคารที่ 03 มกราคม 2012 เวลา 02:58 น.

หอผู้ป่วยสก. 6

เป็นหอผู้ป่วยที่เปิดให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ

ที่ตั้ง ตึก สก. ชั้น 6 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เลขที่ 1873 ถ. พระราม 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน

กรุงเทพฯ 10330 (โทร 02-256-5306 , 02-256-4906 โทรสาร 02-2565305)

 

การรับผู้ป่วย

รับผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจอายุ ตั้งแต่แรกเกิด – 15 ปี จำนวน 14 เตียง ประกอบด้วย

- สามัญ จำนวน 10 เตียง

- พิเศษ 3 จำนวน 2 เตียง

- IPCCU จำนวน 2 เตียง

 

อัตราค่าห้อง-อาหาร (กรุณาตรวจสอบอีกครั้งกับหอผู้ป่วย เนื่องจากอาจมีการปรับราคาจากที่แสดงในเว็บไซต์)

ประเภทห้อง/เตียง

ค่าห้อง-อาหาร

(บาท/วัน)

ส่วนเกินสิทธิค่าห้อง-อาหาร

สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า

สิทธิข้าราชการ

สามัญ

200

-

-

พิเศษ 3

1,000

800 บาท/วัน

100 บาท/วัน

 

เอกสารที่ต้องนำมาแสดงเพื่อใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล

  • สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) ใช้เอกสาร ดังนี้
  • บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าของผู้ป่วย
  • ใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นสังกัด
  • สำเนาสูติบัตรของผู้ป่วย หรือสำนาทะเบียนบ้านของผู้ป่วย

สิทธิครอบครัวข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ใช้เอกสาร ดังนี้

กรณีที่ได้ดำเนินการขอใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงกับรพ.จุฬาลงกรณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว

- สำเนาสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ป่วย

- สำเนาบัตรข้าราชการหรือบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิเบิก

กรณีที่ยังมิได้ดำเนินการขอใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงกับรพ.จุฬาลงกรณ์

- ใบส่งตัวจากต้นสังกัด

(กรณีนามสกุลของผู้ป่วยกับผู้มีสิทธิเบิกไม่ตรงกันให้แนบสำเนาสูติบัตรของผู้ป่วยมาด้วย)

สิ่งที่ต้องนำมาในวันเข้าอยู่ในโรงพยาบาล

  • ผลการตรวจวินิจฉัยของผู้ป่วย เช่น
  • ผลการตรวจทางรังสีวิทยา เช่น ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest x-ray), เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ,MRI
  • ผลการตรวจอื่นๆ เช่น ผลการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) ผลตรวจคลื่นสะท้อนความถี่สูงหัวใจ (echocardiography) ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • ยาทั้งหมดที่ผู้ป่วยรับประทานปัจจุบัน (หากบุตร/หลานของท่าน รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบเนื่องจากแพทย์อาจให้หยุดยาดังกล่าว)
  • ใบสรุปอาการ/การรักษาจากโรงพยาบาลเดิม (กรณีส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.จุฬาลงกรณ์)
  • ของใช้ส่วนตัวผู้ป่วย ได้แก่ สบู่ , แปรง/ยาสีฟัน , แป้ง , หวี, กระดาษทิชชู , แชมพูสระผม,

ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก, รองเท้า และผ้าอ้อมที่ใช้แล้วทิ้ง

 

หลังจากเข้ารับการรักษาตัวในหอผู้ป่วยสก. 6 ผู้ป่วยและญาติจะได้รับการบริการดังนี้

การแนะนำการปฏิบัติตัวขณะอยู่โรงพยาบาล

การเข้าเยี่ยม

เข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ก่อนและหลังการเข้าเยี่ยมควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ญาติผู้ป่วยที่ไม่สบาย เช่น มีไข้ เป็นหวัด อีสุกอีใส หรือ โรคติดต่ออื่น ๆ ควรงดการเข้าเยี่ยมผู้ป่วย และเพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และไม่ควรนำเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้าเยี่ยม

 

ระเบียบการเฝ้า

โดยทั่วไปหอผู้ป่วยไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้า การอนุญาตให้เฝ้าจะพิจารณาเป็นรายกรณีตามความจำเป็นและความเหมาะสม

*กรณีที่ต้องการให้มีพยาบาลพิเศษเฝ้า กรุณาแจ้งพยาบาลประจำตึกก่อนเวลา 12.00 น. การปฏิบัติงานของพยาบาลพิเศษแบ่งเป็น 2 เวร ดังนี้

- เวรกลางวัน 12 ชั่วโมง (07.30 - 19.30 น.)

- เวรกลางคืน 12 ชั่วโมง (19.30 - 07.30 น.)

 

อาหารสำหรับผู้ป่วย

- อาหาร 3 มื้อ ตามเวลาดังนี้

มื้อเช้า เวลาประมาณ 08.00 น.

มื้อกลางวัน เวลาประมาณ 12.00 น.

มื้อเย็น เวลาประมาณ 16.00 น.

- นมผสมสำหรับเด็กเล็กให้ตามเวลามื้อนม

**ถ้านำอาหารนอกเหนือจากที่โรงพยาบาลจัดไว้มาให้ผู้ป่วย ต้องปรึกษาพยาบาลก่อนทุกครั้ง**

 

ห้องสันทนาการ

ภายในหอผู้ป่วยมีมุมสันทนาการเพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น อ่านหนังสือ เล่น และพักผ่อน เป็นต้น

 

กิจกรรมด้านการรักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยได้รับเมื่อแรกรับ มีดังนี้

1. การซักประวัติเจ็บป่วย การแพ้ยาและอาหาร ยาที่ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำ

2. การตรวจร่างกายโดยแพทย์

3. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ออดสัญญาณเรียกเจ้าหน้าที่ เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ เมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการผิดปกติที่ต้องแจ้งแพทย์หรือพยาบาลรับทราบ เช่น เหนื่อย

4. การขอความยินยอมรับการรักษาพยาบาล การตรวจวินิจฉัยและการผ่าตัด โดยให้ผู้ป่วยเซ็นเอกสารแสดงความยินยอมต่างๆ เช่น ใบยินยอมรับการรักษาพยาบาล ใบยินยอมรับการผ่าตัด เป็นต้น

5. พยาบาลจะขอเบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครอง/ผู้ดูแล ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง

6. กรุณาแจ้งสิทธิ์การเบิกค่ารักษาพยาบาลให้พยาบาลทราบเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ครอบครัวเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ครอบครัวข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภากาชาดไทย

7. กรณีมีค่าใช้จ่าย/ค่าใช้จ่ายส่วนเกินสิทธิ์จะมีการเรียกเก็บทุก 3 วัน โดยชำระเงินที่แผนกการเงิน ตึกสก. ชั้น 2

กรณีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพื่อทำการผ่าตัด

การเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัด :

- เจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ การเจาะเลือดเพื่อตรวจดูการทำงานของตับ ไต ปริมาณเม็ดเลือด การตรวจความเข้มข้นและการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น

- เตรียมเลือดผ่าตัด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซ์เรย์ปอด และอื่นๆ ตามจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย

การให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนและหลังการผ่าตัด

  • การเตรียมความพร้อมก่อนทำผ่าตัดหัวใจ ท่านจะได้รับบริการดังนี้

- แพทย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค ความผิดปกติของหัวใจ ความจำเป็นของการทำผ่าตัดการทำผ่าตัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด และขอความยินยอมรับการผ่าตัดโดยให้ผู้ปกครองเซ็นอนุญาติ

- พยาบาลทบทวนความรู้ความเข้าใจ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การทำผ่าตัด การปฏิบัติตนก่อนและหลังการผ่าตัด เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การงดน้ำอาหาร การไออย่างถูกวิธี การฝึกการหายใจ และการฝึกการบริหารปอดโดยใช้อุปกรณ์ช่วยบริหารปอด

- ผู้ป่วยต้องปฏิบัติในวันก่อนทำผ่าตัด ดังนี้

1) ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ สระผม ไม่ทาสีเล็บ ไม่สวมเครื่องประดับ สร้อยคอ หรือสายสิญจน์

2) งดอาหารและน้ำ ตามเวลาที่แพทย์กำหนด

- เช้าวันที่ทำผ่าตัดหลังจากทำความสะอาดร่างกายแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับการสวมเสื้อสีชมพู และรอเรียกเข้ารับการทำผ่าตัดที่ห้องผ่าตัด ตึก สก. ชั้น 5

 

  • การเตรียมความพร้อมหลังทำผ่าตัดหัวใจ
  • สภาพผู้ป่วยหลังผ่าตัด

- มีแผลผ่าตัดตามแนวตั้งของลำตัว (เป็นการลงแนวผ่าตัดตรงกลางกระดูกหน้าอก) หรือแนวตามขวางของร่างกายไม่ผ่านแนวกระดูกหน้าอก (อาจเป็นสีข้างด้านซ้าย หรือขวา)

- มีสายต่าง ๆ ที่ติดตัวผู้ป่วย เช่น สายระบายทรวงอก สายน้ำเกลือสายสวนคาทางเดินปัสสาวะ

- การดูแลเรื่องอาหาร ภายหลังการทำผ่าตัด ในช่วงแรกแพทย์จะยังไม่ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร จนกระทั่งแพทย์เห็นว่าอาการของผู้ป่วย และการทำงานของหัวใจและลำไส้ดีแล้วจึงจะให้เริ่มรับประทานอาหารได้ โดยในช่วงแรกจะให้จิบน้ำทีละน้อยก่อน และจึงให้เริ่มรับประทานอาหารเหลว แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารอ่อน และอาหารธรรมดาตามลำดับ ส่วนน้ำดื่มจะมีการจำกัดปริมาณน้ำดื่มที่ให้ผู้ป่วยใน 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันหัวใจทำงานหนักเกินไป แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณน้ำดื่มให้มากขึ้นโดยพิจารณาตามอาการของผู้ป่วย จนกระทั่งให้ผู้ป่วยดื่มน้ำได้ตามต้องการ

- การตวงน้ำดื่ม และปัสสาวะ จะต้องมีการจดบันทึกปริมาณน้ำดื่มและปริมาณปัสสาวะทุกครั้ง เพื่อใช้ประเมินความสมดุลของปริมาณน้ำที่เข้าและออกในร่างกาย

กรณีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพื่อทำการสวนหัวใจ

  • การเตรียมความพร้อมสำหรับการสวนหัวใจ :

- เจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ การเจาะเลือดเพื่อตรวจดูปริมาณเม็ดเลือด และความเข้มข้นของเลือด

-ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซ์เรย์ปอด

  • การให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนและหลังการสวนหัวใจ

การเตรียมความพร้อมก่อนทำผ่าตัดหัวใจ ท่านจะได้รับบริการดังนี้

- แพทย์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสวนหัวใจ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

- พยาบาลทบทวนความรู้ความเข้าใจ และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการสวนหัวใจ การปฏิบัติตนในการสวนหัวใจ การเซ็นใบยินยอมรับการรักษาในโรงพยาบาลและเซ็นใบยินยอมรับการรักษาด้วยการสวนหัวใจ

- ผู้ป่วยต้องปฏิบัติในวันก่อนสวนหัวใจดังนี้

1. การทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ สระผม ไม่ทาสีเล็บ ไม่สวมเครื่องประดับ หรือสร้อยที่เป็นโลหะ หรือสายสิญจน์

2. การงดอาหาร และน้ำหลังเวลาที่แพทย์กำหนด

3. ในเช้าวันที่สวนหัวใจผู้ป่วยจะได้รับการให้น้ำเกลือและสวมเสื้อสีชมพูเพื่อรอส่งไปยังห้องสวนหัวใจ ตึก สก. ชั้น 5

การเตรียมความพร้อมหลังสวนหัวใจ

ภายหลังสวนหัวใจผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติดังนี้

- ห้ามรับประทานอาหารหรือน้ำจนกว่าจะได้รับอนุญาต

- ห้ามเคลื่อนไหวแขน หรือขาข้างที่ทำประมาณ 4-6 ชั่วโมง (ในเด็กเล็กจะดามไม้ดามขา)

 

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย ในเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจล้มเหลว คือ ภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ

สาเหตุ

  • -ความผิดปกติทางกายวิภาค โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด-ความผิดปกติที่กล้ามเนื้อหัวใจ
  • -ความผิดปกติจากจังหวะการเต้นของหัวใจ
  • -สาเหตุอื่น ๆ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะน้ำเกิน

าการและอาการแสดงทั่วไป

เด็กเล็ก : จะเหนื่อยเวลาดูดนม ดูดนมได้ช้า และน้อย

เด็กโต : จะมีเบื่ออาหาร

- มีประวัติป่วยบ่อย มักเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

- ชีพจรเบา เร็ว และหายใจเร็ว

- มือ เท้าเย็น

- เหงื่อออกมาก

- บวมที่ขา มักพบในเด็กโต

- ดูดนมลำบาก

 

การรักษา

การให้การรักษาแบบประคับประคอง

- การดูแลให้ผู้ป่วยพัก นอนในท่าศีรษะสูง

- การให้ออกซิเจน

- การให้สารอาหารอย่างเพียงพอ ควรจำกัดน้ำและเกลือแร่ ในปริมาณที่พอเหมาะ

- การให้นารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น ยาเพิ่มประสิทธิภาพการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ยาขับปัสสาวะ

ค้นหาและรักษาสาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลวได้โดยการใช้ยาหรือการทำผ่าตัดเพื่อแก้ไขพยาธิสภาพนั้น

 

ภาวะทุพโภชนาการ และน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์

สาเหตุ

-เหนื่อยง่าย , เบื่ออาหาร , กินได้น้อยและอาเจียน ทั้งจากหัวใจล้มเหลว , ภาวะเขียวและผลข้างเคียงของยา
-การดูดซึมไม่ดี
-ความต้องการอาหารของร่างกายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเด็กโรคหัวใจที่มีปัญหาภาวะหัวใจวาย หรือภาวะความดันในปอดสูง

การดูแล

-ให้อาหารที่พลังงานและโปรตีนสูงร่วมกับการจำกัดปริมาณน้ำเกลือแร่ เช่น นมสูตรพิเศษ
-วิธีการให้อาหารในผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจทารกให้อาหารครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้งอาจให้ทุก 2– 3 ชั่วโมง เด็กโต (อายุ มากกว่า 1 ปี) ให้ห่างขึ้นเป็นทุก 4 ชั่วโมง เว้นกลางคืน

 

การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ

สาเหตุ

เนื่องจากมีพยาธิสภาพจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ ปอดบวม (Pneumonia)

การดูแล

-รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
-พักผ่อนให้เพียงพอ
-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย
-ดูแลทำความสะอาดปาก และฟันอยู่เสมอเมื่อมีปัญหาฟันผุ ให้ไปพบแพทย์
-รักษาภาวะติดเชื้อควบคู่กับภาวะหัวใจวายเสมอ
-การสังเกตอาการที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ คือ การมีไข้ ไอมีเสมหะ -หายใจหอบเหนื่อย

ภาวะเขียวกระทันหัน

เป็นภาวะที่พบในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว โดยที่ผู้ป่วยจะมาการเขียวคล้ำมากกว่าปกติ ร่วมกับมีอาการหอบลึก ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจมีอาการตัวเกร็ง เป็นลมหมดสติได้

สาเหตุ

มีภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก มีไข้ ร้องนาน ๆ หรืออกกำลังกายจนเหนื่อยมาก โดยมักจะเกิดในช่วงเช้า

การป้องกัน

-ระวังอย่าให้เด็กขาดน้ำ
-ให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ๆ เช่น ไข่ ตับ และผัดใบเขียว เป็นต้น
-รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งเสมอ
-เมื่อผู้ป่วยมีภาวะเขียวกระทันหัน ให้จับเด็กนั่งยอง ๆ หรืออุ้มพาดบ่าเอาเข่าชิดหน้าอก ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบพาเด็กมาพบแพทย์

 

การดูแลทั่วไปของเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ด้านโภชนาการ

น้ำนมมารดาเป็นอาหารที่ดีที่สุดในวัยทารก แต่ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้ใช้สูตรน้ำนมพิเศษ เพื่อเด็กจะได่รับสานอาหารเพิ่มขึ้น หลักในการให้นมหรือสารอาหารในเด็กเหล่านี้ ควรให้อาหารหรือนมครั้งละน้อย ๆ แต่ให้บ่อยครั้ง ในเด็กที่มีอาการเขียว ควรได้รับวิตามิน และธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น

ด้านการออกกำลังกาย

ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายหรือเล่นเท่าที่เด็กสามารถทำได้ ยกเว้นในบางรายที่ไม่ควรให้ออกกำลังกาย ที่เป็นการแข่งขัน หรือการเล่นที่รุนแรง

การดูแลสุขภาพเหงือก และฟัน

การมีสุขภาพของเหงือกและฟันที่ดีมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับเด็กที่มีโรคหัวใจ เนื่องจากโรคของเหงือกและฟันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดการติดเชื้อของลิ้นหัวใจและหลอดเลือด หรือฝีในสมอง ดังนั้นควรงดขนมหวาน หรือน้ำผลไม้ในตอนกลางคืน และไม่ควรคาขวดนมที่เด็กดูดในขณะนอน หมั่นดูแลในเรื่องการแปรงฟันของเด็กโดยผู้ปกครอง ควรเป็นผู้แปรงฟันให้เด็ก จนกระทั่งเด็กอายุ 6-7 ปี

ในกรณีที่มีฟันผุควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ ในการพบกับทันตแพทย์ต้องบอกทุกครั้งว่า เด็กเป็นโรคหัวใจ เพื่อที่แพทย์จะให้รับประทานยาปฏิชีวนะ ก่อนการทำฟันเพื่อป้องกันการเกิดการติดเชื้อของลิ้นและผนังหัวใจ

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

ควรได้รับวัคซีนเหมือนเด็กปกติ แต่จะมีการให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมในผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิด เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับยาแอสไพริน ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวหัดใหญ่ในขณะที่มีการระบาดของโรคนี้ด้วย

การป้องกันการเจ็บป่วย

ควรป้องกันโดยไม่นำเด็กเข้าใกล้ผู้ป่วย และไม่นำเด็กเข้าไปในที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ

การป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน

โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่ การติดเชื้อของลิ้นและผนังหัวใจ ซึ่งเกิดจากการที่มีเชื้อแบคทีเรีย เข้าในกระแสเลือด ในระหว่างการทำฟัน หรือการผ่าตัด สามารถลดหรือป้องกันได้โดย การให้เด็กรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟัน หรือการผ่าตัด ตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนเด็กโรคหัวใจที่มีอาการเขียวอย่างเดียวควรระวังการขาดน้ำ โดยเฉพาะในเวลามีไข้หรืออาเจียน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะเขียวกะทันหัน

 

สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์โรคหัวใจฯ

บริจาค

บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (กรุณาคลิ๊กที่นี่)

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 8985877

การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วย

บทความศูนย์โรคหัวใจ