Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

Heart Failure and Transplant ภาวะหัวใจล้มเหลวและการปลูกถ่ายหัวใจ
There are no translations available.

ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart failure) คือ กลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้เพียงพอ  ผู้ป่วยกลุ่มนี้ถ้าไม่ได้รักษาอย่างถูกต้องประมาณ 50% จะเสียชีวิตภายใน  5 ปี  ปรัชญาการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวคือทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เหนื่อย และ มีอายุยืนยาว การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวสามารถทำได้โดย การรักษาด้วยยา ซึ่งประมาณ 80% สามารถทำให้ผู้ป่วยบรรลุปรัชญาในการรักษาดังกล่าวข้างต้น หากการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล อาจพิจารณาการรักษาในขั้นสูง ซึ่งได้แก่ การฝังเครื่องให้หัวใจบีบตัวสัมพันธ์กัน (Cardiac re synchronization therapy defibrillator (CRT-D)) หรือ เครื่องพยุงหัวใจ (หัวใจเทียมโลหะ) หรือ Ventricular assist device (VAD) หรือ การปลูกถ่ายหัวใจ  (Heart Transplantation)

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ถือเป็นสถาบันแห่งแรกในประเทศไทยและ Southeast Asia ที่ทำการปลูกถ่ายหัวใจสำเร็จ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2530 ปัจจุบัน โดย ศ. นพ. เชาวลิต อ่องจริต ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์  ผู้ป่วยรายแรก (นายพิชิต บุญเชิด) ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ีดี และปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังคงเป็นสถาบันที่ทำการปลูกถ่ายหัวใจมากที่สุดในประเทศ

 

Home
รพ.จุฬาฯ ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว PDF พิมพ์ อีเมล
วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2017 เวลา 10:42 น.
There are no translations available.

รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยชูความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ชี้ช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล พร้อมขยายองค์ความรู้สู่โรงพยาบาลทั่วไทย

วันนี้ (24 พ.ย.) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศความสำเร็จคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว ชี้ช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้ถึง 70-80%ทั้งยังพบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุน้อยกว่า 45 ปี พร้อมเดินหน้าตอบรับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดันให้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทย ด้วยโครงการ “Heart Connect” จัดอบรมองค์ความรู้สำหรับการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย

ศ. นพ. วิชัย เบญจชลมาศหัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว คือ ภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ตามที่ต้องการ จากผลกระทบของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วโรคความดันโลหิตสูง และ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นภัยเงียบที่ใกล้ตัวของคนไทยในช่วงวัยสูงอายุ รวมถึงวัยทำงานที่มักพบกับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับความเร่งรีบ จนอาจละเลยการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอและมีความเครียดสูง ที่ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจจนนำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวได้ทั้งสิ้น โดยคาดว่าจำนวน 1 ใน 5ของประชากรไทยจะมีผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวแฝงอยู่ ซึ่งผู้ป่วยจำนวนกว่า 50%มักจะเสียชีวิตภายใน 5 ปี ภายหลังจากตรวจพบอาการภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวจำนวน 1 ใน 4 ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลด้วยภาวะน้ำท่วมปอดภายใน 30 วันแรกหลังออกจากโรงพยาบาล และประมาณ 50% ต้องกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 6 เดือน

ผศ.พญ.ศริญญา ภูวนันท์ หัวหน้าคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว และ หัวหน้าอนุสาขาวิชาภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะหัวใจล้มเหลวในสังคม จึงได้จัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure Clinic)ขึ้นในปี 2555 โดยมีพันธกิจในการรักษาผู้ป่วยอย่างละเอียดและใกล้ชิด เพื่อลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิต พร้อมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะล้มเหลวให้แก่ผู้ป่วยด้วย 5-6ขั้นตอนการตรวจเช็คผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวของคลินิกฯ ดังนี้


1. การเดินบนพื้นราบ 6 นาที(6-minute walk test)เพื่อประเมินความสามารถและสมรรถนะการออกกำลังของผู้ป่วย

2. การตรวจเช็คการรับประทานยาของผู้ป่วยเพื่อตรวจเช็คการรับประทานยาที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

3. การตรวจเช็คสมุดจดน้ำหนักเพื่อตรวจสอบว่าผู้ป่วยมีน้ำหนักขึ้นเร็วหรือไม่ อาทิ การมีน้ำหนักขึ้นมากกว่า 2กิโลกรัม ภายใน 2 วัน เนื่องจากน้ำหนักเป็นข้อมูลสำคัญในการบ่งบอกถึงภาวะน้ำคั่ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจไม่สามารถบีบตัวหรือปั๊มเลือดได้เพียงพอ ดังนั้นผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน

4. การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินการตรวจร่างกาย การวินิจฉัยและให้การรักษา

5. การรับคำแนะนำเพื่อการดูแลตนเอง โดยพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคต้นเหตุ พร้อมสอนวิธีการปฏิบัติตัว ได้แก่ การชั่งน้ำหนักทุกวันเพื่อดูภาวะน้ำคั่ง การตรวจเช็คตัวเองเพื่อทราบว่าเมื่อใดควรต้องมาพบแพทย์ทันที การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การตรวจเพิ่มเติมพิเศษ การมาตามนัด และ ติดตามอาการของผู้ป่วยที่บ้านอย่างใกล้ชิดรวมถึงเป็นผู้ประสานระหว่างแพทย์และผู้ป่วย

นักโภชนาการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคโซเดียมในอาหารและประกอบอาหาร รวมถึงสอนการอ่านฉลากเพื่อควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกาย

เภสัชกรเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยา ความสำคัญของยา และ ตรวจสอบการรับประทานยาที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ

6. การตรวจเช็คครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจในบางราย สำหรับผู้ที่มีการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

 

นพ. สราวุฒิ ศิวโมกษธรรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ และรองหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ภายหลังการดำเนินงานมาตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี คลินิกฯ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ พบว่าสถิติผู้ป่วยที่ได้เข้ารับการรักษาจำนวนกว่า 70% - 80 % เป็นเพศชาย และหากแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามช่วงอายุโดยไม่แบ่งเพศก็จะเห็นได้ว่ามีผู้ป่วยในช่วงอายุระหว่าง 45-55 ปีมากที่สุด ซึ่งจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดมีอายุน้อยกว่า 45 ปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยมาจากผลกระทบของโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ขณะที่สาเหตุภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยสูงอายุมาจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้จากการรักษาหรือดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมและใกล้ชิดของคลินิกฯ นั้นสามารถช่วยลดอัตราการนอนรักษาในโรงพยาบาล การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวของผู้ป่วยได้มากถึง 80%

นพ. เอกราช อริยะชัยพาณิชย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาวะหัวใจล้มเหลวและอายุรศาสตร์การปลูกถ่ายหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ริเริ่มนโยบายผลักดันให้จัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวภายในโรงพยาบาลหลักทั่วประเทศไทยในปี 2559 โดยมุ่งลดอัตราเพิ่มการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว อีกทั้งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการจัดตั้งคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวได้อย่างเหมาะสม จึงมีความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการผลักดันนโยบายฯ ให้กลายเป็นจริงและก่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยผ่านการจัดตั้งโครงการ “Heart Connect”ด้วยการเปิดอบรมขยายองค์ความรู้ในการจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการอบรมไปแล้วกว่า 15 โรงพยาบาล อาทิ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.ชลบุรี รพ. พิจิตร รพ. พระนครศรีอยุธยา และ รพ. พระปกเกล้าจันทบุรี เป็นต้น

“แต่ละโรงพยาบาลที่เข้าร่วมการอบรมต่างประสบความสำเร็จในการจัดตั้งคลินิก การนำไปพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ป่วยเป็นอย่างดี ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเครือข่ายรับส่งตัวผู้ป่วยอาการหนักจากโรงพยาบาลเครือข่ายและโรงพยาบาลรอบนอกในการรับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวขั้นสูง เช่น การผ่าตัดปลูกถ่าย (เปลี่ยน) หัวใจ หรือการฝังเครื่องพยุงหัวใจเทียมชนิดถาวร (Left ventricular assist device) หรือการให้ยากระตุ้นหัวใจที่บ้าน(Home inotrope program) นอกจากนี้ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินการโครงการดีๆ นี้ต่อไปในปี 2561 อีกด้วย” นพ. เอกราช กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

https://mgronline.com/qol/detail/9600000118909

บรรยากาศงานสามารถดูได้จากวิดิโอคลิ๊กที่นี่

https://m.youtube.com/watch?v=HGhwtM_3wVU

 

 

สำหรับแพทย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์โรคหัวใจฯ

บริจาค

บริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ (กรุณาคลิ๊กที่นี่)

Statistics

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 5740087

การส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วย

บทความศูนย์โรคหัวใจ